serac

Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

Yonaguni พีระมิดใต้ทะเล

Yonaguni พีระมิดใต้ทะเลแดนเอเชีย
เกาะโยนากุนิจิม่า ตั้งอยู่ในหมู่เกาะยาเอะยามะ (Yaeyama Islands) ประเทศญี่ปุ่น เป็นสถานที่ที่สามารถมองเห็นไต้หวันได้ในวันอากาศดี และเป็นเกาะที่ใกล้กับหมู่เกาะเซ็นคาคุ (เกาะเตียวหยู) ซึ่งเป็นเกาะที่ทำให้เกิดประเด็นข้อพิพาทระหว่างจีน-ญี่ปุ่น
ใต้เกาะแห่งนี้มีสิ่งมหัศจรรย์ที่ดึงดูดนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวผู้สนใจประวัติศาสตร์ ตำนานเรื่องลี้ลับให้ลงมาพิสูจน์ด้วยตาของตนเอง เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อราวปี 1985 คิฮาชิโระ อาระทาเกะ เจ้าของกิจกรรมโรงแรมท้องถิ่นได้ลงไปสำรวจทะเล เพื่อหาแหล่งท่องเที่ยวสำหรับลูกค้า เขาได้พบกับโครงหินที่มีความยาวมากกว่า 91 เมตร สูงกว่า 22 เมตร และกว้างราว 305 เมตร เป็นรูปสี่เหลี่ยมเที่ยงตรงสมบูรณ์ มีการตัดเส้น และมีบริเวณคล้ายระเบียงวิหาร
ไม่นานเรื่องของสถานที่แห่งนี้ก็ได้กระจายไปทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์คาดว่าสถานที่แห่งนี้อาจมีอายุตั้งแต่ช่วงตอนปลายของยุคน้ำแข็ง ซึ่งขัดต่อการศึกษาอารยธรรมมนุษย์ที่มีการค้นคว้าและพบว่าเกิดขึ้นเมื่อราว 6,000 ปีก่อน ด้วยความใหญ่เกินกว่าจะใช้กำลังคนสร้างจึงมีผู้เสนอว่าแท้จริงอาจเกิดขึ้นจากธรรมชาติเป็นเวลานาน จึงทำให้มีมุมเหลี่ยมชัดเจน เช่น การเกิดอัญมณีในชั้นหิน แล้วรูปทรงที่เกิดดันคล้ายวิหารที่สร้างด้วยน้ำมือมนุษย์

ต่อมาทีมมาซาอากิ คิมูระ (Masaaki Kimura) นักธรณีวิทยาท้องทะเล ประจำมหาวิทยาลัยแห่งริวกิวของญี่ปุ่น ได้ดำน้ำสำรวจและจัดทำแผนที่โครงสร้างหินเหล่านี้เป็นเวลาติดต่อกันนับสิบปี โดยเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาพบเห็นคือ ซากเมืองโบราณอายุราว 5 พันปี เนื่องจากพบลวดลายอักษร หินที่มีรูปร่างประติมากรรมคล้ายสัตว์ หรือสฟิงซ์ ที่มีใบหน้าคล้ายกษัตริย์ของจีนหรือโอกินาวา
โดยเชื่อว่า สึนามิครั้งใหญ่ที่เข้าถล่มเกาะแห่งนี้ในปี 1,771 (พ.ศ. 2314) คือสาเหตุที่ทำให้เมืองโบราณแห่งนี้จมลงสู่ใต้น้ำ
หลังจากนั้นพวกเขาได้ลองเชื่อมโยงลักษณะโบราณสถานเข้ากับปราสาทหิน สุสานโบราณที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกัน และชี้ชัดว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความคล้ายกัน จึงลงความเห็นว่านี่อาจจะเป็น “พีระมิด” 
ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หลายคนไม่เห็นด้วยเนื่องจากไปค้านต่อวิชาโบราณคดีที่ว่า พีระมิดที่เก่าที่สุดต้องอยู่ในอียิปต์เท่านั้น
ทำให้โครงหินแห่งนี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแต่อย่างใด เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ และนักวิชาการส่วนมากเชื่อว่า มันเป็นเพียงหินที่แตกออกเป็นแผ่นเรียบ เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ภาพที่ถ่ายออกมาจัดแสดงอาจดูเหมือนสิ่งก่อสร้างมนุษย์แต่หลายจุดพบว่า ไม่เหมือนสิ่งที่มนุษย์สร้าง ยิ่งภาพอักษรก็ดูคล้ายเป็นเพียงรอยขีดข่วนเท่านั้น อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้มากมาย เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำอีกแห่งที่ยังคงเก็บความลับของโลกอดีตไว้อย่างเงียบเชียบ

รายการบล็อกของฉัน